วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

'ตัน'รุกซื้อกิจการเพิ่มพอร์ตรายย่อย


จัดทำบทความโดย
นางสาวชุติมา เจริญชนม์ 4901100540



"ตัน คอง คูน" ซีอีโอแบงก์กรุงศรีฯ เปิดแผนธุรกิจปีหน้า ใช้จุดแข็งจากฐานเงินกองทุนสูงสร้างรายได้ให้มากที่สุด เน้นเข้าซื้อกิจการในธุรกิจที่มีความสอดคล้องและราคาเหมาะสมโดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย หวังเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็น 50% ในปี 2553 ขณะที่ในปีหน้าวางแผนสินเชื่อโตตามจีดีพีคาดโดยเฉลี่ยขยายตัว 7%
นายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจของธนาคารในปี 2552 มีเป้าหมายขยายสินเชื่อในทุกกลุ่มธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยที่มีโอกาสเพิ่มสัดส่วนได้อีก โดยที่ธนาคารตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50% ของสินเชื่อรวมในปี 2553 จากล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2551 ที่มีสัดส่วน 35% ซึ่งเป็นการเติบโตที่มาจากทั้งธุรกิจปกติและการเข้าซื้อกิจการ โดยเฉพาะการที่ธนาคารมีเงินกองทุนสูง ทำให้ต้องพยายามใช้เงินกองทุนเพื่อสร้างรายได้ให้มากที่สุด (ปัจจุบันเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่ 18%)
"จากการที่ธนาคารมีฐานเงินกองทุนสูง จึงพยายามใช้เงินกองทุนเพื่อสร้างรายได้ให้มากที่สุด ด้วยแนวทางการขยายธุรกิจโดยวิธีการเข้าซื้อกิจการนั้น โดยจะพิจารณาจากธุรกิจมีความสอดคล้อง หรือราคาเหมาะสมและต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธนาคารได้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำตอบจากที่ได้เสนอราคาซื้อพอร์ตสินทรัพย์ไปแล้ว" นายตัน คอง คูน กล่าว
/jสำหรับปีนี้ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการเติบโตของลูกค้ารายใหญ่กับสินเชื่อเอสเอ็มอีวงเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท และสินเชื่อรายย่อยประมาณ 15,000-16,000 ล้านบาท (และจากการเข้าซื้อกิจการอีก 80,000 ล้านบาท) โดย 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) สินเชื่อเติบโตขึ้นเป็น 101,000 ล้านบาท และภายในสิ้นปี 2551 สินเชื่อรวมจะอยู่ที่ 110,000 ล้านบาท
นายตัน คอง คูน กล่าวว่า แผนการปล่อยสินเชื่อในปีหน้า ฝ่ายวิจัยของธนาคารคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีปีหน้าไว้ที่ประมาณ 3.5-4.5% ซึ่งตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อโดยอิงตามการเติบโตของจีดีพี โดยปีหน้าสินเชื่อจะเติบโตได้ 7% เป็นการตั้งเป้าขยายสินเชื่อใน 3 กลุ่มธุรกิจทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ที่จะเติบโตได้ในอัตรา 1-1.5 เท่าของจีดีพี ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีจะเติบโตสูงกว่าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่คือ ประมาณ 1.5-2เท่าของจีดีพี และธุรกิจการเงินเพื่อรายย่อย (คอนซูเมอร์แบงกิ้ง)ประมาณการเติบโตประมาณ 2-3 เท่าตัวของจีดีพี โดยเฉพาะความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัย


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2374 13 พ.ย. - 15 พ.ย. 2551

คำถาม


1."ตัน คอง คูน"เน้นเข้าซื้อกิจการทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย หวังเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ในปี 2553



2.ปัจจุบัน เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์



3.ฝ่ายวิจัยขอธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีหน้าไว้ที่ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์


5 ความคิดเห็น:

251utccbx007g10 กล่าวว่า...

ตอบคำถามโดย น.ส.อรวลี ผ่องแผ้ว 48210346
คณะบัญชี

ข้อ 1 จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50% ของสินเชื่อรวมในปี 2553
ข้อ 2 ปัจจุบันเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่ 18%
ข้อ 3 3.5-4.5%

Utccbx007g17 กล่าวว่า...

คำตอบคือ

1.หวังเพื่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็น50% ในปี2553
2.ปัจจุบันเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่ 18%
3.การเติบโตของ GDP ปีหน้าที่คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 3.5-4.5%

นางสาวกมลชนก ศิริดำรงค์กุล
เลขทะเบียน 4901108396

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ตอบคำถาม
1."ตัน คอง คูน"เน้นเข้าซื้อกิจการทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย หวังเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ในปี 2553
ตอบ 50%
2.ปัจจุบัน เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์
ตอบ 18%
3.ฝ่ายวิจัยขอธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีหน้าไว้ที่ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
ตอบ 3.5%-4.5%
ตอบคำถามโดย นางสาวสิริกาญจน์ จินะสะทุ่ง
48210179 คณะบัญชี กลุ่ม 5

utccbx007g6 กล่าวว่า...

ปัจจุบันเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่ 18%
47210089

251utccbx007g3@gmail.com กล่าวว่า...

1.หวังเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็น 50%ในปี2553

2.ปัจจุบันเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่18%

3.การเติบโตของ GDP ปีหน้าที่คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 3.5-4.5%

นางสาว มัตติกา กันทะ
4901100597